บทความดีดี

บทความ เรื่อง ความโชคดีกับโชคร้ายท่ามกลางความเลื่อมล้ำทางสังคมกับช่องว่างทางกฎหมาย

วันนี้เห็นคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนแล้วเกิดความสงสัยว่าทำไมสังคมไทยจึงมีความเลื่อมล้ำกันมากมาย แม้กระทั่งการเลื่อนขั้นเงินเดือน ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจในกฎหมายมากมายนัก จึงท่องอินเตอร์เข้าไปหากฎหมายที่เกี่ยวกับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ก็ได้พบกับกฎหมายที่ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษาผู้ปฏิบัติราชการ ได้รับบำเหน็จความชอบโดยการเลื่อนขั้นเงินเดือน คือ กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550

การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยเช่นกัน ให้เลื่อนปีละสองครั้ง คือ ครั้งที่หนึ่งครึ่งปีแรก ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม คือ เลื่อน 1 เมษายน ครั้งที่สองครึ่งปีหลัง ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 30 กันยายน คือ เลื่อน 1 ตุลาคม และท่านเคยสงสัยแล้วไม่รู้จะไปถามใครไหมว่า ข้อ 6 , ข้อ 7 และ 11 นั่น หมายความว่าอย่างไร เราไปดูกันนะครับ (ส่วนมากแล้วก็มีแค่นี้ครับ ตามบัญชีรายชื่อการเลื่อนขั้นเงินเดือนแนบคำสั่งของโรงเรียน) ส่วนรายละเอียดของแต่ละข้อให้ท่านเข้าไปอ่านเองใน กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550 นะครับ (http://kormor.obec.go.th/kod/kod075.pdf)

คุณสมบัติของข้าราชการที่จะได้รับพิจารณาขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น (ข้อ6) มีดังนี้

1. ครึ่งปีที่แล้วมา ผลงานและมีความประพฤติอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรได้

2. ครึ่งปีที่แล้วมา ต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัยหนักกว่าภาคทัณฑ์ หรือ ไม่ถูกศาลพิพากษาในคดีอาญา (ปฏิบัติหน้าที่หรือเสื่อมเสียเกียรติ และไม่ใช่ความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ)

3. ไม่ถูกสั่งพักเกินกว่า 2 เดือน

4. ไม่ขาดราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

5. บรรจุเป็นข้าราชการไม่น้อยกว่า 4 เดือน

6. ได้รับอนุญาตไปศึกษาในประเทศ ต่างประเทศ ครึ่งปีที่ผ่านมาต้องทำงานไม่น้อยกว่า 4 เดือน

7. ไม่ลาหรือมาทำงานสายเกินที่กรมกำหนด

8. มีเวลาปฏิบัติราชการ 6 เดือน โดยมีวันลาไม่เกิน 23 วัน แต่ไม่รวมถึงวันลา ดังนี้

ก.ลาอุปสมบท ไปประกอบพิธีฮัจญ์
ข.ลาคลอดบุตรไม่เกิน 90 วัน
ค.ลาป่วย รักษาตัวนานรวมกันไม่เกิน 60 วัน
ง.ลาป่วย เพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการ
จ.ลาพักผ่อน
ฉ.ลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเตรียมพล
ช.ลาไปปฏิบัติงานในองค์กรระหว่างประเทศ

การนับวันลาไม่เกิน 23 วันสำหรับวันลากิจ ลาป่วย ให้นับเฉพาะวันทำการ

กรณีครูผู้ช่วยที่บรรจุเป็นข้าราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 เดือน ก็จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น(ข้อ 6) แต่หากไม่ถึง 4 เดือนก็จะไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น(ข้อ 6) ถือว่า “โชคร้าย” ที่บรรจุช่วงเดือน มกราคม-เมษายน และ ช่วงเดือน กรกฎาคม-กันยายน ของปีงบประมาณ หากเป็นครูผู้ช่วย (ครู 5 ปี) หากผ่านการทดลองปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้ม 2 ปี แล้ว หากได้เลื่อนขั้น ก็จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนแบบกระโดดข้ามขั้นไปได้ถึง 2 ขั้นในคราวเดียวกัน ก็จะให้เีทียบเท่ากับครูผู้ช่วย หรือ ครู (ครู 4 ปี) ได้เลยทีเดียว แต่ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจมากหรอกครับ ผมก็เป็นครู 4 ปีเหมือนกัน ทนกับกฎหมายมามากพอแล้ว มันเป็นความโชคร้ายที่เราไม่ได้เกิดในยุคที่ช่องว่างทางกฎหมายมันเือื้อให้ความเลื่อมล้ำทางสังคมมันเพิ่มมากขึ้น และมีช่องไฟที่เห็นได้ชัดเจนขึ้นก็เท่านั้นเอง ให้ถือเอาคำสอนของพระพุทธองค์ไว้เป็นหลักว่า ตถตา คือ มันเป็นเช่นนั้นเอง (สังคมไทย) ก็จะสบายใจเองแหละครับ

คุณสมบัติของข้าราชการที่จะได้รับพิจารณาขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น(ข้อ 7) มีดังนี้

1. ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ของ ข้อ 6

2. ต้องเป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการ ดังต่อไปนี้

2.1 ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่น มีประสทธิภาพและประสิทธิผล อันก่อให้เกิดประโยชน์และผลดียิ่งต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้

2.2 ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจกษ์ โดยได้ค้นคว้าหรือประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาเป็นพิเศษ และทางราชการได้ดำเนินการตามความคิดริเริ่มหรือได้รับรองให้ใช้การค้นคว้าหรือสิ่งประดิษฐ์นั้น

2.3 ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตรายมากหรือมีการต่อสู้ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตเป็นกรณีพิเศษ

2.4 ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินกว่าหน้าที่ความรับผิดชอบจนเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาเป็นพิเศษ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย

2.5 ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตำเหน็ดเหนื่อย ยากลำบากเป็นพิเศษ และงานนั้นได้ผลดียิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษา

2.6 ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งทางการศึกษาจนสำเร็จเป็นผลดีแก่ประเทศชาติ

คุณสมบัติของข้าราชการที่จะได้รับพิจารณาขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้นครึ่ง(ข้อ 11) มีดังนี้

1. ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ของ ข้อ 6 และ ข้อ 7

2. มีผลการพิจารณาผลการปฏิบัติงานครึ่งปีแรกรวมกับครึ่งปีหลังแล้วเห็นว่ามีมาตรฐานสูงกว่าการได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น(ข้อ 7)แล้วผู้มีอำนาจสามารถสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นจำนวนหนึ่งขั้นครึ่งได้ หรือ

3. มีผลงานในครึ่งปีแรกสมควรได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น แต่ไม่อาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้นได้ เพราะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ใช้เลื่อนขั้นเงินเดือนของส่วนราชการนั้น และไม่มีข้อจำกัดในเรื่องจำนวนเงินที่ใช้เลื่อนขั้นเงินเดือนในครึ่งปีหลัง (ตัวสำรองของ 1 เมษายน ก็ว่าได้)

กล่าวรวมๆ ก็คือครึ่งปีแรกใครที่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน จำนวน ครึ่งขั้น ก็จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งปีหลัง วันที่ 1 ตุลาคม จำนวนหนึ่งขั้น รวมกันแล้วไม่เกิน หนึ่งขั้นครึ่ง (หากไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ใช้เลื่อนขั้นเงินเดือนของส่วนราชการนั้น) แต่หากขาดคุณสมบัติข้อ 6 ไม่เข้าเกณฑ์ข้อ 7 ก็จะได้รวมกันทั้งปี หนึ่งขั้น ถือได้ว่าแป๊กขั้นก็ว่าได้ แต่ถ้าหาก”โชคดี” บุญหล่นทับ หรือถูกใจผู้บังคับบัญชาก็อาจจะได้ข้อ 11 คือรวมกันทั้งปีได้ สองขั้นนะครับ หากใครที่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน จำนวน หนึ่งขั้น ก็จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนตอน วันที่ 1 ตุลาคม จำนวนหนึ่งขั้น รวมกันทั้งปีก็ได้ สองขั้น เช่นกัน แต่ถ้าในครึ่งปีหลังใครขาดคุณสมบัติข้อ 6 ไม่เข้าเกณฑ์ข้อ 7 ก็มีสิทธิ์รวมกันทั้งปีได้ ขั้นครึ่ง ก็เป็นไปได้นะครับ

อย่างไรก็ตามที่ผมได้กล่าวมาตั้งแต่ต้นว่าทำไมสังคมไทยจึงมีความเลื่อมล้ำกันมากมาย แม้กระทั่งการเลื่อนขั้นเงินเดือน กับคำกล่าวที่ว่า “ทำดีเสมอตัว เกือบทำชั่วเหยียบจนดิน” ยังใช้ได้เสมอครับ หากคนดีท้อแท้และท้อถอยในการทำดี คงทำให้สังคมไทยขาดคนดี ขาดคนมีคุณธรรม และจริยธรรมไปเลยก็ว่าได้ แต่การพิจารณาความดีความชอบของครูนั้น ควรใช้หลักธรรมาภิบาลให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคาบสอน จำนวนนักเรียนที่สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้นๆ การประพฤติปฏิบัติตน การเป็นแบบอย่างที่ดี การร่วมกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอของครู มาเป็นหลักในการให้คะแนน หลักจากนั้นค่อยนำความยากง่ายของภาระงานพิเศษมาพิจารณาเพิ่มเติม และนำผลของการปฏิบัติงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน นักเรียน และครู มาพิจารณาเสริม และมีการจัดการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบแสดงผลงานของตนครูเพื่อประกอบการพิจารณา เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมในการพิจราณาความดีความชอบในแต่ละครั้ง และต้องประกาศคะแนนของการประเมินในแต่ละครั้งในทราบโดยทั่่วถึงกัน

การพิจารณาความดีความชอบเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนในแต่ละครั้งหากมองเป็นแบบหลักคณิตศาสตร์แล้วละก็โควต้าร้อยละ 15 ของจำนวนครูที่ปฏิบัติงานจริง หากครูมี 100 คน นั้นหมายถึง ครู 15 คน ต้องได้สองขั้น ในปีงบประมาณนั้น แต่หากจัดสรรให้กับครูที่เกษียณอายุราชการซึ่งจะมีผลกับการคำนวณบำเหน็จบำนาญแล้วละก็ทำให้อัตราการได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนของครูและบุลคลากรทางการศึกษาในปีงบประมาณนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่น หากโรงเรียน ก. มีครูและบุลคลากรทางการศึกษาอยู่จำนวน 100 คน และจะเกษียณอายุราชการในปีนั้นอยู่ 5 คน จากร้อยละ 15 ของอัตราผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มประสิทธิภาพพร้อมจะมีสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือนสองขั้นในปีนั้นจะลดลงเหลือแค่ร้อยละ 10 อย่างเห็นได้ชัดเจน หากผู้ที่จะเกษียณอายุราชการผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัดเจนอย่างนั้นเราคงไม่ว่ากัน นั่นถือได้ว่าเป็นช่องว่างทางกฎหมายหรือไม่ยัังเป็นคำถามให้สงสัยคาใจต่อไป

หากเป็นอย่างนั้นแล้วครูผู้น้อยที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ก็หมดโอกาสที่จะเอื้อมไปถึงการเลื่อนขั้นเงินเดือนสองขั้นเลยก็ว่าได้ หากผู้ใหญ่ที่มีวิทยฐานะอันสูงส่งและมีอันจะกินยังกอบโกยผลประโยชน์จากขั้นเงินเดือนปีแล้วปีเล่า จนครูผู้น้อยเอือมระอาไม่อยากทำงานพิเศษ อยากเป็นครูผู้สอนธรรมดาแบบผู้ใหญ่ที่มีวิทยฐานะอันสูงส่งเขาไม่ทำก็ยังอยู่ได้เลย หากเป็นอย่างนี้รับรองได้ว่าระบบการทำงานย่อมลดประสิทธิภาพลงอย่างแน่นอน

อ้างอิงจาก บทความ Blog http://mansuang1978.wordpress.com นายแมนสรวง แซ่ซิ้ม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: